แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งาน แสดงบทความทั้งหมด

อาชีพเสริม ทางเลือก ทางรอด ของมนุษย์เงินเดือน

| 2553-09-02 | 1 ความคิดเห็น |
จอย (นามสมมติ) มนุษย์เงินเดือนของบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง มีรายได้ต่อเดือนจากวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง 5,000 บาท ระหว่างทำงานจอยจึงเรียนต่อระดับปริญญาตรีไปด้วย เพื่อหวังจะได้ปรับเงินเดือนให้อยู่ในระดับสูงขึ้น และดำเนินชีวิตให้รอดได้อย่างสบายขึ้นในยุคเศรษฐกิจถดถอย ...

ระหว่าง ยังไม่จบปริญญาตรี จอยไม่เคยได้รับการปรับเงินเดือนหรือโบนัส เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในที่ทำงานเดียวกัน เพราะบริษัทอ้างว่ากำไรน้อยให้ช่วยๆ กัน ครั้นพอจบปริญญาตรี จอยหวังจะได้รับการปรับเงินเดือนเทียบเท่าพนักงานระดับปริญญาตรีคนอื่นๆ อย่างน้อยก็น่าจะได้ขึ้นเงินเดือนระหว่าง 1,000-2,000 บาท แต่ปรากฏว่า บริษัทปรับเงินเดือนให้จอยเพียง 500 บาท

จอยรู้สึกผิดหวัง เสียใจ ที่สำคัญคือ ทั้งครอบครัวก็คงต้องกระเบียดกระเสียรกันต่อไป เงินเดือนขึ้น 500 บาท แทบจะสลายไปกับสายลม ไหนจะค่ามอเตอร์ไซค์ออกจากซอยบ้าน ค่ารถประจำทาง 2 ต่อ (แม้จะเป็นเส้นทางสั้นๆ แต่ไม่มีสายตรง) ไหนจะต้องนั่งรถเข้าไปในซอยที่ทำงานอีกล่ะ นี่ยังไม่รวมค่าเช่าบ้าน ค่าข้าวปลาอาหารการกินที่แพงขึ้นทุกวัน และค่าอื่นๆ อีกมากมาย

ทางเลือก-ทางรอดของจอย (และคนแบบจอย) มีอะไรบ้าง?

หารายได้เสริม

แทน ที่จะตัดสินปัญหาด้วยอารมณ์ อย่างการ “ลาออก” หรือ “อู้งาน” เพื่อแสดงการต่อต้านบริษัทที่ไม่ยอมขึ้นเงินเดือนและค่าครองชีพให้อย่าง เหมาะสม จอยอาจจะเลือก “รักษา” สภาพการเป็นลูกจ้างในบริษัทเดิมเอาไว้ อย่างน้อยก็ยังได้เงินเดือนทุกเดือน และมีสวัสดิการสังคม แต่อาจจะลองมองหาอาชีพที่ 2 (หรือ 3 ถ้าทำได้) เพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นสำหรับค่าใช้จ่ายที่ทวีตัวในครัวเรือน

อาชีพเสริมอย่าให้เป็นแค่ความคิด เพราะจะเป็น “ตัวช่วย” ที่เห็นผลจริงสำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อย และต้องการจะอยู่รอดให้ได้ในยุคที่สินค้าราคาแพง ค่าครองชีพถีบตัวสูงลิ่วๆ

คนอเมริกันกว่า 7 ล้านคน ล้วนมีอาชีพที่ 2 เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นสิ่งที่ทำได้จริง ลองดูว่าคุณมีศักยภาพจะทำอาชีพเสริมที่น่าสนใจเหล่านี้หรือไม่?

ติวเตอร์/สอนหนังสือ
รับเลี้ยงเด็ก
ออกแบบจัดสวน และอื่นๆ
ขายเสื้อผ้า
ช่าง
นักร้อง/นักดนตรี
พนักงานเสิร์ฟ
ส่งพิซซา
รับเลี้ยงสัตว์
รับภาระจดเก็บ/ชำระค่าสาธารณูปโภค
พนักงานอัพเดตเว็บ
ขายของในอีเบย์

Tips

- ก่อนอื่นต้องรู้กฎระเบียบของบริษัทตัวเองว่า มีนโยบายเกี่ยวกับการให้ทำอาชีพเสริมอย่างไรบ้าง บางบริษัทอาจเปิดเสรี แต่ก็มีหลายแห่งที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาด หรือห้ามไปรับจ๊อบในธุรกิจเดียวกัน ถามแผนกเอชอาร์ให้แน่ใจ

- ที่สำคัญมากๆ คุณต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า เวลาในการทำงานหลักควรอยู่ตรงไหน ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง (แน่ล่ะ ไม่ควรนำงานจ๊อบมาทำในเวลางานหลัก หรือมาสายเพราะมัวแต่ทำจ๊อบ) และคุณต้องมีความรับผิดชอบอะไรบ้าง

- อย่าให้ “งาน” และ “เงิน” เป็นเจ้าชีวิตคุณ การยึดอาชีพเสริมด้วยการทำงานล่วงเวลาเป็นครั้งเป็นคราว เช่น 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจจะโอเค แต่ไม่ใช่ว่าทำงานเสริมเกินเวลาทุกวันโดยไม่มีเวลาพัก ไม่หลับไม่นอนให้เพียงพอ คราวนี้ละก็...ทั้งงานหลัก ทั้งงานเสริม คงต้องบอกศาลากับคุณแน่

ทำงานที่บ้าน

จอยอาจจะเหมือนกับ อีกหลายรายที่หุนหันพลันแล่น เลือกที่จะเดินหันหลังให้งานที่ทำอยู่ เมื่อรู้สึกว่าหักลบกลบหนี้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางออกจากบ้านแต่ละวันแล้ว ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

การทำงานอยู่กับบ้านก็มีข้อดีที่จะ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าอาหารที่ต้องซื้อนอกบ้าน ซึ่งอาจจะราคาสูงกว่าซื้อหามาทำกินเอง ที่สำคัญคือ การได้เป็นนายของตัวเอง สามารถจะเลือกได้ว่าจะเริ่มทำงานตอนไหน ทำอะไรก่อนหลัง แต่อีกด้านหนึ่ง การเป็นนายตัวกลับไปทำงานที่บ้านก็ต้องมีระเบียบวินัยในตัวเองเป็นอย่างสูง เช่นเดียวกัน ซึ่งประการหลังนี้มีหลายคนหวาดๆ เสียวๆ และทำให้ไม่กล้าที่จะเดินออกไปจากชีวิต “งานประจำ” ที่แม้จะรู้สึกว่าขมขื่นอยู่

อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่าทุกคนจะสามารถออกจากงานมาเป็นนายตัวเองที่บ้านได้ นอกจากระเบียบวินัยและหัวใจที่แข็งแกร่งแล้ว ความสามารถพิเศษส่วนตัว รวมทั้งเครือข่ายสังคมที่คุณรู้จักก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานอยู่กับบ้าน “ให้รอด”

เพราะฉะนั้นเบื้องแรกต้องตัดสินใจให้ดีด้วยการสำรวจความ สามารถตัว เอง ดูว่ามีลู่ทางนำไปทำมาหากินได้หรือไม่ คุณพร้อมหรือยังที่จะทำกิจการเล็กๆ ของตัวเอง หรือไม่งานที่คุณจะไปรับจ้างทำอยู่กับบ้านนั้นจะสามารถเลี้ยงตัวเองได้จริง หรือไม่ คุณจำเป็นจะต้องเรียนรู้ ฝึกฝนอาชีพอะไรเพิ่มเติมก่อนที่จะกลับไปจริงจังกับอาชีพนั้นที่บ้านหรือ เปล่า เช่น อาจไปเรียนทำผม นวดเท้า นวดไทย

ถ้ายังตอบคำถามเรื่อง ทุนรอน ทั้งทุนด้านเงินทอง ทุนด้านความสามารถ และคิดคำนวณไปมาแล้วยังปลงไม่ตกว่าจะไปได้รอด ก็ควรเลือกทำอาชีพเสริมดีกว่าที่จะออกไปอยู่บ้านแล้วล้อเล่นกับชะตาชีวิต “รอด-ไม่รอด”

แต่หากคุณมีทุนรอนพอเพียงและมั่นใจว่าจะรอด ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรก็ต้องเริ่มจากการวางแผน ทำเหมือนว่าคุณจะทำธุรกิจจริงๆ แม้ว่าพนักงานบริษัทจะมีคุณเพียงคนเดียวก็ตาม การวางแผนที่ว่าต้องทำอย่างเป็นระบบระเบียบเหมือนทำบริษัทจริงๆ ตั้งแต่การวิจัยตลาด รู้กลุ่มลูกค้าของคุณ (ว่าเป็นใครและใครคนนั้นเป็นอย่างไร) เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ให้เป็นระบบระเบียบจนกว่าจะเห็นเงินจริงๆ เข้ากระเป๋า ตรวจสอบเงินอนาคตทุกชนิด ศึกษาเรื่องกฎหมายให้แม่น และอย่าลืมสอดส่องหาโอกาสใหม่ๆ

กระนั้นก็อย่ากระโจนเข้าใส่ ทุกอย่างโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ โดยเฉพาะในเศรษฐกิจเช่นนี้ เล่ห์เหลี่ยมกลโกงของมิจฉาชีพที่จ้องจะฉกเงินจากบัญชีคุณมีมากกว่าคนต้องการ ทำธุรกิจใสสะอาดเยอะ การเตรียมพร้อมตั้งรับและศึกษาคู่ค้าอย่างรู้เขารู้เราจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

Tips

- อย่าลืมโพนทะนาให้เพื่อนๆ ทุกคนรู้ว่า ตอนนี้คุณกำลังกลับมาทำงานที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กๆ หรือทำอะไรก็ตาม ไม่แน่ว่าการบอกต่อไปเรื่อยๆ จะช่วยให้ธุรกิจเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นของคุณเฟื่องฟู หรืออย่างน้อยก็ดีกว่าก้มหน้าก้มตาทำอยู่คนเดียวเงียบๆ แน่

- สวมวิญญาณนักขาย ไม่ว่าจะไปทำงานอะไรที่บ้าน แม้ไม่ใช่งานขายของหรือขายตรง แต่ถึงอย่างไร การมีวิญญาณนักขายจะช่วยธุรกิจ “ที่บ้าน” ได้รับการโปรโมตและมีที่ทางในธุรกิจนั้นๆ มากขึ้น

- เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ไว้ใจได้ ไร้ปัญหา นอกจากจะช่วยสร้างเครดิตให้ธุรกิจเล็กๆ ของคุณแล้ว ยังช่วยให้ผลิตงานได้มากขึ้น และราบรื่นกว่า จริงมั้ย? ส่วนเว็บไซต์และนามบัตรที่ดูเป็นมืออาชีพก็อาจจะสำคัญไม่แพ้กัน

- วางแผนโฟลว์งานในแต่ละวันให้ดี เรียงลำดับความสำคัญของแต่ละเรื่อง ซึ่งจะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็อย่าลืมข้อได้เปรียบของการทำงานที่บ้านไปล่ะ เช่นว่า คุณไม่เห็นต้องทำงานหน้าดำคร่ำเครียดตลอดเวลา จะพักดื่มชา กาแฟแบบโอ้เอ้บ้างก็ได้ ถ้าวางแผนไว้แล้วว่าไม่เสียงาน

ทั้งหมดนี้ คือทางเลือก-ทางรอดคร่าวๆ ซึ่งอาจพอเป็นไอเดียให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราท่าน เห็นช่องทางในการเพิ่มรายได้กันเล็กๆ น้อยๆ และอย่าลืมขยัน (ทำอาชีพเสริม) แล้วก็ต้องประหยัดอดออมกันไว้เผื่ออนาคตที่ไม่แน่ไม่นอนด้วยล่ะ

ที่มา Post Today

อาชีพการเพ้นท์เล็บ

| 2553-08-17 | 1 ความคิดเห็น |
อาชีพที่เกี่ยวกับความสวย ความงาม มาฝากเพื่อนๆ และอาชีพอิสระตัวนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงที่ำได้ ผู้ชายเองก็ทำได้นะ อาชีพนี้คือ "การเพ้นท์เล็บ" บางคนบอกทำไม่เป็น แต่ job108 คิดว่าไม่มีอะไรเกินความพยายามของคนแน่นอน เพราะอาชีพที่เกี่ยวกับความสวยความงานนี้ ยังไปได้อีกไกล ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร แต่ผู้หญิง กับ ความสวย ก็ต้องอยู่คู่กันเสมอ


เรามาดูกันว่าการเพ้นเล็บมีแบบไหนบ้าง
-การเพ้นท์เล็บ ในน้ำ
วิธีการเพ้นท์เล็บในน้ำ จะเริ่มจากการเลือกเฉดสีที่จะเพ้นท์ ซึ่งควรเป็นสีที่ตัดกัน 2 สีขึ้นไป
เตรียมน้ำปริมาณเต็มแก้ว แล้วก็เริ่มหยดสีแรกในน้ำ และหยดสีที่สองตรงกลางของสีแรก
จาก นั้นใช้ไม้จิ้มฟันเกลี่ยให้สีเป็นลายเส้น
จากนั้นก็หงายเล็บแล้วจุ่มลงไปในบริเวณสีที่ลอยอยู่เหนือน้ำ
แล้วนำเล็บที่จุ่มสีแล้วขึ้นมาทิ้งไว้ให้แห้ง ประมาณ 2-3 นาที
หลังจากนั้นก็เคลือบเล็บด้วยเจลเคลือบชนิดใสเพื่อความเงาและปล่อยให้แห้ง หากมีสีส่วนเกินก็ให้เช็ดออก

-แค่นี้เพื่อนๆ ก็ได้เล็บสวยให้ลูกค้าแล้ว ซึ่งแต่ละเล็บจะมีลวดลายที่แตกต่างไม่ซ้ำกันเลย เป็นไง... ง่ายไหมทำแค่นี้ก็ได้เงินแล้ว

ต่อไป จะแนะนำการเพ้นท์เล็บปลอม ซึ้งกำลังเป็นที่นิยมกัน เพราะไม่ต้องนั่งรอนานๆ และมีลายให้เลือกมากมาย

เรามาเริ่มกันเลย
-อุปกรณ์การเพ้นท์เล็บ
เล็บปลอม
อุปกรณ์ตัดแต่งเล็บ เช่น กรรไกรตัดเล็บ ที่ตะไบเล็บ (ควรเลือกตะไบที่ไม่หยาบเกินไป) แท่งทำเล็บ แปรงสำหรับเล็บ หินขัดเล็บ
สีทาเล็บ
สีสำหรับ เพ้นท์เล็บ เช่น สีอะคริลิก ( Acrylic ) สีน้ำมันชนิดกันน้ำ
น้ำยารองพื้น และน้ำยาเคลือบเล็บ ( Top and Base Coat )
น้ำยาล้างเล็บ
พู่กัน เบอร์ 0 หรือพู่กันที่มีขนาดปลายค่อนข้างเล็ก หรือพู่กันที่ใช้เพ้นท์เล็บโดยเฉพาะ
วัสดุสำหรับตกแต่งเล็บ เช่น กากเพชร คริสตัล
ครีมสำหรับทาบำรุงจมูกเล็บ และครีมสำหรับมือ (ใช้ในกรณีทำการต่อเล็บปลอมให้ลูกค้า)
อื่นๆ เช่น สำลี ผ้าเช็ดมือ อ่างล้างมือ

ขั้นตอนการเพ้นท์เล็บปลอม
เลือกเล็บปลอมที่มีขนาดพอเหมาะกับขนาดเล็บมือ
ตัดแต่งเล็บปลอม ตามรูปแบบที่ต้องการ ลักษณะการตัดแต่งที่นิยมในปัจจุบันมี 2 รูปแบบ คือ การตัดแบบปลายตรง และการตัดแบบปลายโค้งมน สำหรับความยาวของเล็บขึ้นอยู่กับความต้องการเป็นหลัก
การตัดแต่งเล็บ ให้เริ่มตัดตรงส่วนจมูกเล็บ จากนั้นใช้ตะไบๆ ให้เข้ารูป โดยตะไบไปในทิศทางเดียวกัน
ทาน้ำยารองพื้นเล็บ พักไว้ให้น้ำยาแห้ง
เลือกสีทาเล็บเพื่อทารองพื้น ตามที่ได้ออกแบบไว้
การเพ้นท์เล็บจะต้องรอให้สีพื้นแห้งสนิทก่อน จากนั้นจึงเริ่มวางโครงร่างรูปแบบที่ออกแบบไว้ (ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแต่ละบุคคล) ผสมสี Acrylic ให้ได้สีที่ต้องการ ทำการเพ้นท์
เมื่อเพ้นท์เสร็จเรียบร้อยแล้ว หากมีสีเลอะให้ใช้สำลีชุบน้ำยาล้างเล็บค่อยๆ เช็ดส่วนที่ไม่ต้องการออกด้วยความระมัดระวัง รอให้สีเพ้นท์แห้ง (อาจจะใช้ไดร์เป่าผม หรือพัดลมช่วยเพื่อให้แห้งเร็วขึ้น)
ทาน้ำยาเคลือบเล็บ เพื่อความสวยงาม และป้องกันรอยขีดข่วน

อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ลงทุนประมาณ 10% ของกำไรที่จะได้ สำรวจดูแล้วว่าราคาของอุปกรณ์ทำอาชีพเพ้นท์เล็บนี้ ใช้เงินลงทุนไม่กี่บาท ขณะที่ราคาค่าเพ้นท์เล็บ แบบปกติธรรมดาอยู้ที่ประมาณ 50-300 บาทต่อครั้ง ส่วนราคาค่าเพ้นท์เล็บแบบหยดน้ำจะมีราคาตั้งแต่ 100-1,000 บาทขึ้นไป จึงทำให้อาชีพนี้เป็นอาชีพอิสระที่น่าทำมาก

ข้อมูลและภาพจาก pattayadailynews.com, puansanid.com,th.88db.com

การผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด ขาย

| | 0 ความคิดเห็น |
อาชีพอิสระตัวหนึ่ง คือ "การผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด" ผู้ผลิตในตลาดตอนนี้มีหลายเจ้า และหลายยี่ห้อ แต่ก็ยังไม่พอเพียงต่อความต้องการของตลาด ปัจจุบันความต้องการน้ำดื่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น และคนไทยเลิกดื่มน้ำฝนกันแล้ว ดังนั้นตลาดน้ำดื่มจึงเป็นตลาดใหญ่ และยังมีส่วนแบ่งการตลาดค่อนข้างมาก แต่ขอให้ผลิตน้ำให้ใด้มาตรฐาน แล้วตลาดของคุณจะโตขึ้น





เรามาดู วัสดุ - อุปกรณ์ กันก่อนว่าต้องใช้อะไรบ้าง

เครื่องกรองน้ำ ครบชุด
ชุดทำความสะอาดถังน้ำ(ถ้าคุณขายน้ำถัง 20 ลิตรด้วย)
ขวดน้ำใส 1/2 ลิตร
รถส่งน้ำ

หลังจากเราเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการเริ่มธุรกิจ

ขั้นแรกคุณต้องทำพื้นที่เพื่อการผลิตน้ำ และเก็บอุปกรณ์ เช่น ขวด และถัง การทำโรงผลิดน้ำต้องทำให้ได้ตามมาตรฐาน ของกรมการอาหารและยา(คุณสามารถหารายละเอียดได้ที่ อนามัย) เพราะน้ำดื่มบรรจุขวด เป็นอาหารกลุ่มควบคุม เฉพาะ ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตทำกิจการ

เมื่อคุณทำโรงผลิตน้ำเรียบร้อยแล้ว คุณก็ต้องนำน้ำที่ได้จากเครื่องกรองของคุณ บรรจุขวด 3 ขวด เพื่อส่งตรวจภายใน 24 ชั่วโมง เริ่มจากน้ำถูกบรรจุขวดแล้ว ถ้าส่งตรวจช้ากว่านั้น ค่าของน้ำจะเปลี่ยนไป แล้วอาจจะทำให้ตรวจไม่ผ่านได้ ค่าธรรมเนียมในการตรวจน้ำอยู่ที่ 3,100 บาท เมื่อตรวจผ่านแล้วก็ต้องส่งเรื่องไปให้สำนักงานอาหารและยา เพื่อที่จะส่งคนมาตรวจสถานที่ผลิต และขั้นตอนการผลิต ว่าถูกต้องหรือเปล่า ถ้าทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็จะออกใบอนุญาตผลิตน้ำให้ และพร้อมด้วย เลขที่ฉลากอาหารให้คุณด้วย

เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ก็มาถึงการทำตลาด คุณก็ไปติดต่อตามร้านค้าทั่วไป และอย่าลืมบอกด้วยว่า น้ำดื่มของคุณได้การรับรองจาก อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือคุณจะเอาน้ำดื่มของคุณไปเสนอตามร้านขายอาหารทั่วไปก็ได้ เช่น ร้านอาหารตามส่ง ร้านเนื้อย่าง หรือสวนอาหาร เพราะร้านพวกนี้เขาอยากมีรายได้เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว

การผลิตน้ำบรรจุขวดขาย เป็นการลงทุนค้านข้างสูง แต่สามารถเก็บกินได้นาน และกำไรดีมากๆ ด้วย workdeena จะคำนวนต้นทุนให้เพื่อนๆ ดูกัน
ถ้าคุณผลิตน้ำถัง 20 ลิตร

ต้นทุนในการผลิตน้ำอยู่ที่ 2 บาทไม่เกินนี้ (ไม่รวมราคาถังเปล่านะ เพราะถังสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก)
ส่งขายในราคา 7-8 บาท
ราคาหน้าร้านอยู่ที่ 12 บาท/ถัง
ถ้าเป็นขวดใส 1/2 ลิตร

ต้นทุนอยู่ที่ 1.50 บาท/ขวด
ราคาส่งอยู่ที่ 3 บาท(แบบขวดจะได้กำไรน้อยกว่าแบบบรรจุถัง เพราะต้นทุนขวด)
ราคาหน้าร้านอยู่ที่ 7 บาท
- ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจและพอมีทุนอยู่บ้างก็เห็นว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจนะ เพราะตลาดน้ำไม่มีตัน มีแต่จะโตขึ้นทุกวัน มันขึ้นอยู่กับการตลาดของคุณที่ไม่เหมือนใคร

มุมมองของชีวิต